<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ใครไม่เซ แต่ Goosay.Com</title>
	<atom:link href="http://www.goosay.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.goosay.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 13 Aug 2009 21:09:41 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ด่วน!!! ศาลสั่ง MS หยุดขาย Word</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2912</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2912#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2009 21:09:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วๆไปแหละ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2912</guid>
		<description><![CDATA[รายงานข่าวล่าสุดจากเว็บไซต์บีบีซีนิวส์ระบุว่า ศาลชั้นต้นในสหรัฐฯ ได้สั่งให้บริษัทไมโครซอฟท์จ่ายค่าเสียหายเป็นเงินมากกว่า 290 ล้านเหรียญฯ (ประมาณหนึงหมื่นล้านบาท) ในข้อหาตั้งใจละเมิดสิทธิบัตรของ I4i บริษัทซอฟต์แวร์ในแคนาดา โดยเฉพาะกลไกการทำงานกับไฟล์เอกสารของ Word
สำหรับสิทธิบัตรที่ถูกละเมิดจะว่า ด้วยเรื่องของการประยุกต์ใช้ XML ภาษาโปรแกรมที่ใช้ในการจัดรูปแบบของข้อความ และทำให้ไฟล์ข้อมูลที่ใช้ฟอร์แมตนี้สามารถถูกอ่านขึ้นมาด้วยโปรแกรมต่างๆ ได้ ซึ่งการใช้ XML ในลักษณะดังกล่าวจะพบได้ในซอฟต์แวร์ Microsoft Word โดย Leonard Davis ศาลชั้นต้นในเท็กซัสยังได้ออกคำสั่งห้าม ไม่ให้ไมโครซอฟท์จำหน่ายซอฟต์แวร์ Word อีกด้วย (ซึ่งรวมถึงที่ไปกับชุดโปรแกรม Office)
ในส่วนของ I4i ได้จดสิทธิบัตรว่าด้วยการจัดการโครงสร้าง และเนื้อหาของเอกสารแยกจากกัน โดยมี XML เป็นเครื่องมือให้ผูั้ใช้ใช้ในการจัดรูปแบบของเอกสารข้อความ นอกจากนี้ XML ยังถูกใช้ในโปรแกรมเวิร์ดตัวอืนๆ ด้วยอย่างเช่น OpenOffice ด้วย
นอก จากจะโดนค่าปรับถึง 290 ล้านเหรียญฯแล้ว ศาลยังมีคำสั่งห้ามขาย และ/หรือ นำเข้าในสหรัฐฯ สำหรับซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใดๆ ที่สามารถเปิดไฟล์ XML ที่ได้รับการปรับแต่งอีกด้วย (ไฟล์ที่มีนามสกุล .xml, .docx หรือ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2912</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>iGoogle เพิ่มแก็ดเจ็ต&#8221;โซเชียลเน็ตเวิร์ก&#8221;</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2909</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2909#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2009 21:07:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องของ Google]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2909</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กูเกิ้ล (Google) ได้เพิ่มคุณสมบัติการทำงานในรูปแบบเครือข่ายสังคม (Social Networking) เข้าไปในบริการ iGoogle โฮมเพจปรับแต่งได้ของทางบริษัท โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มซอฟต์แวร์ขนาดเล็กที่เรียกว่า &#8220;Gadgets&#8221; ที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนฝูง และคนรู้จักในเครือข่ายฯ เพื่อเข้ามาเล่นเกมส์ หรือติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ บนออนไลน์ได้
ทั้งนี้่ทางกูเกิ้ลได้ประกาศเปิด ตัว แก็ดเจ็ตใหม่ที่เน้นการใช้บริการเครือข่ายสังคม 19 โปรแกรมด้วยกัน ในที่นี้รวมถึงเกมส์สนุกๆ อย่าง หมากรุก และการอัพเดตความเคลื่อนไหวชีวิตบนออนไลน์ได้อีกด้วย &#8220;แก็ดเจ็ตโซเชียล (Social gadgets) จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้แบ่งปัน และทำอะไรร่วมกัน ตลอดจนเล่นเกมส์กับเพือนๆ โดยทุกอย่างจะอยู่บนโฮมเพจ (iGoogle) ของผู้ใช้&#8221; Marissa Mayer รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์เสิร์ชและประสบการณ์ของผู้ใช้ของ Google กล่าว &#8220;เพื่อนๆ ของคุณสามารถเห็นในสิ่งที่คุณแชร์ หรือทำในโซเชียลแก็ดเจ็ตด้วยการใช้แก็ดเจ็ตตัวเดียวกันบนโฮมเพจของพวกเขา หรือผ่านทางระบบฟีดข้อมูลใหม่ที่เรียกว่า Updates&#8221; ความหมายคือ ผู้ใช้ iGoogle จะสามารถสร้างกลุ่มเพื่อน (Friends group) เพื่อกำหนดได้ว่า ต้องการแชร์ข้อมูลดิจิตอลให้ใครบ้าง
สำหรับแก็ดเจ็ตโซเชียลบน iGoogle ได้มีการเปิดตัวไปก่อนหน้านี้แล้วในออสเตรเลีย และกำลังเปิดให้บริการในสหรัฐฯ &#8220;โฮมเพจ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2909</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตะลึง!!! Windows 7 ในจีน $6 เท่านั้น</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2906</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2906#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2009 21:01:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วๆไปแหละ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2906</guid>
		<description><![CDATA[ในขณะทีทั่วโลกกำลังรอคอย Windows 7 ที่มีกำหนดการเปิดตัว เพื่อวางจำหน่ายสำหรับผู้ใช้ทั่วโลกในวันที่ 22 ตุลาคม ล่าสุดที่ประเทศจีน ซึ่งรอให้ถึงวันนั้นไม่ได้แล้ว ก็เลยออก Windows 7 เวอร์ชั่นเถื่อนออกมาให้ผู้ใช้ก่อนใคร และที่ร้ายยิ่งกว่าก็คือ ราคาของมันแค่ 6 เหรียญฯ (ประมาณ 220 บาท) เท่านั้น
ตอนแรกที่ได้เห็นข่าวนี้ก็ไม่ รู้สึกแปลกใจอะไรที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งล่าสุด Windows 7 เวอร์ชั่น&#8221;เถื่อน&#8221;ได้เริ่มมีการจำหน่ายในท้องตลาด และร้านจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในกรุงปักกิ่งเรียบร้อยแล้ว โดยราคาในแพคเกจแผ่น DVD อยู่ที่ 6 เหรียญฯ เท่านั้น แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ มันไม่ได้ระบุชัดเจนว่า Windows 7 เวอร์ชันเถือนที่เห็นเป็นเอดิชั่นอะไรกันแน่?
อย่างไรก็ตาม จากรายงานข่าวแผ่น Windows 7 เถื่อนน่าจะมาจากเวอร์ชันที่เปิดให้ดาวน์โหลดก่อนหน้านี้ ซึ่งมันได้ถูก crack ให้สามารถอัพเดตได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า เมื่อไมโครซอฟท์ทราบ product key ดังกล่าว แผ่นเถื่อนเหล่านี้ก็จะไม่ได้รับการอัพเดตต่อไป เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับวินโดวส์เวอร์ชันก่อนหน้านี้ สำหรับแผ่นปลอม Windows [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2906</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตะลึง!!! มือถือไฟแช็คเครื่องแรกของโลก</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2903</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2903#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Jul 2009 22:01:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วๆไปแหละ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2903</guid>
		<description><![CDATA[นับวันมือถือพยายามจะเป็นอะไรที่มากกว่าโทรออก-รับสาย ซึ่งนอกจากมันจะทำตัวเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้โทรได้แล้ว ก่อนหน้านี้มันสามารถเป็นที่โกนหนวดได้อีกด้วย ล่าสุด มันสามารถทำหน้าที่คล้ายไฟแช็คที่ใช้จุดบุหรี่ได้อีกต่างหาก โอ้ว&#8230;อะไรจะขนาดนั้น ไม่อยากจะเชื่อเลย
SB6309 มือถือไฟแช็ครุ่นแรกของโลก ซึ่งมาพร้อมกับที่จุดบุหรี่บริเวณด้านหลัง (คล้ายกับที่เห็นในรถยนต์) ประเด็นที่นำเรื่องนี้มาเล่าไม่ได้จะสนับสนุนให้คุณผู้อ่าน (โดยเฉพาะเยาวชน) สูบบุหรี่นะครับ แต่งานนี้ดูน่ากลัวมากกว่า เพราะความร้อนจากที่จุดบุหรี่อาจจะช่วยจุดระเบิดให้กับแบตเตอรี่ที่อยู่ใน มือถือรุ่นนี้ก็ได้ คิดได้ไงเนี่ย?
สำหรับสเป็กอื่นๆ ของมือถือ 2 ซิมรุ่นนี้ก็จะมีจอแอลซีดี QVGA 2.4 นิ้ว รองรับการเล่นไฟล์เพลง MP3 และวิดีโอ MP4 เชื่อมต่อไร้สายบลูทูธ วิทยุเอฟเอ็ม สนับสนุน 900/1800/850/1900 กล้อง 1.3 ล้านพิกเซล ต้องขอบอกว่า แม้สเป็กแต่พื้นๆ แต่น่าตื่นเต้นกับฟังก์ชันจุดบุหรี่ที่ว่านี้จริงๆ เลย (น่ากลัวมากๆ)
ที่มา http://www.arip.co.th/news.php?id=409511
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2903</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไม Chrome 3 ถึงทำงานเร็วบน XP?</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2899</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2899#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Jul 2009 21:57:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วๆไปแหละ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2899</guid>
		<description><![CDATA[รายงานผลการทดสอบ Google Chrome 3 (เวอร์ชันทดสอบ) จากเว็บไซต์เบต้านิวส์ ปรากฎว่า มันยังคงเป็นบราวเซอร์ที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุดเช่นเคย โดยเฉพาะเมื่อรันบนระบบปฏิบัติการ Windows XP ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ทำไมมันไม่เป็น Vista หรือ Windows 7
เหตุผลที่ Google ปรับแต่งการทำงานของ Chrome 3 ให้เหมาะกับการทำงานบน Windows XP ก็น่จะเป็นการผูกใจผู้ใช้ในกลุ่มตลาดเครื่องเน็ตบุ๊ก ทีทางบริษัทเตรียมปักธงรบด้วยระบบปฏิบัติการ Chrome ที่จะออกมาในช่วงกลางปีหน้านั่นเอง เพราะหาก Chrome 3 สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้กลุ่มนี้ ซึ่งน่าจะใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า (ก็มันเป็นเน็ตบุ๊กนี่นา) การเปิดประตูจากบราวเซอร์สู่โอเอสของบริษัทก็น่าจะมีอนาคตที่สดใส และมีความเป็นไปได้มากขึ้น เรียกว่า ทำตลาดเรียกน้้ำย่อยกันตั้งแต่เนิ่นๆ ไปเลย และนี่คือหนึ่งในกลยุทธ์ What Would Google Do?
ที่มา http://www.arip.co.th/news.php?id=409505
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2899</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Microsoft จับมือ Yahoo ต่อสู้ Google</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2896</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2896#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Jul 2009 21:55:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องของ Google]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2896</guid>
		<description><![CDATA[รายงานข่าวล่าสุด ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ขอเจรจากับยาฮู (Yahoo) อีกครั้ง หลังจากเงียบกันไปเกือบปีครึ่งแล้ว สำหรับความร่วมมือในการทำธุรกิจเสิร์ชเอ็นจิ้น โดยหวังช่วงชิงตลาดเสิร์ชอันหอมหวลนี้ให้ได้ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวออกมาว่า Bing กระตุกความสนใจของผู้ใช้ได้เพิ่มมากขึ้นถึง 8% แต่ก็คงเห็นท่าแล้วว่า หากปล่อยให้เนิ่นนานไปคงไม่ทันกูเกิ้ลเป็นแน่ ดีลนี้ถึงหวลกลับมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนการเจรจาครั้งล่าสุด ข้อตกลงต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเคยยื้อยุดฉุดกระชากกันอาจจะลงตัวได้สักที (เพราะปล่อยนานปี ก็คงต้องเสียพุงปลาให้ตาอยู่อย่างกูเกิ้ลต่อไป) โดยเฉพาะผลประโยชน์ทาง ธุรกิจจากโฆษณาผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ปั๊มเงินให้กับกูเกิ้ลมากถึง 95% ทำกำไรให้ปีละหลายพันล้านเหรียญฯ
สำหรับข้อตกลงที่น่าจะสำเร็จมีอยู่ ว่า ไมโครซอฟท์จะทำหน้าที่ขายโฆษณาบนเสิร์ชเอ็นจิ้นของทั้งสองบริษัท ในขณะที่ยาฮูจะดูแลเรื่องยอดขายโฆษณาในรูปแบบดิสเพลย์ (แบนเนอร์ต่างๆ) อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของข้อตกลงยังคงไม่นิ่ง มีโอกาสเปลียนแปลงได้ ซึ่งก็อาจจะทำให้การเจรจาต่อรองไม่สำเร็จได้เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นหลัง ครั้งหลายคราในอดีต รายงานข่าวอ้างว่า ผู้บริหารระดับผู้นำของไมโครซอฟท์ได้บินไปที่&#8221;ซิลิกอน วอลเลย์&#8221; ดินแดนต้นกำเนิดแห่งเทคโนโลยีอยู่หลายครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุป โดยมีทั้ง Yusuf Mehdi รองประธานอาวุโสกลุ่มธุรกิจออนไลน์ของไมโครซอฟท์ และ Qi Lu ศิษย์เก่ายาฮูที่ปัจจุบันเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง Bing เสิร์ชเอ็นจิ้นที่่ช่วยผู้ใช้ตัดสินใจ ตัวแทนของจากทั้งไมโครซอฟท์และยาฮูยังคงปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลความคืบ หน้าเกี่ยวกับการเจรจาของสองยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยี
คราวนี้มาดู ว่า หากความร่วมมือของทั้งสองเกิดขึ้น ในทางทฤษฎีมันจะทำให้กูเกิ้ลสะดุ้ง หรือสะเทือนบ้างไหม? เมื่อบวกลบตัวเลขกันดู [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2896</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลวิจัยชี้ Bing ไม่&#8221;ปิ๊ง&#8221;อย่างที่คิด</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2893</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2893#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2009 21:22:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วๆไปแหละ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2893</guid>
		<description><![CDATA[ในขณะที่ Bing ของไมโครซอฟท์ (microsoft) กำลังเติบโตอย่างช้าๆ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้เสิร์ชจากกูเกิ้ล (Google) แต่น่าเสียดายว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา Bing ทำได้แค่เพียงแทะเล็มส่วนแบ่งเท่านั้น เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงนิยมการสืบค้นแบบเดิมๆ ของกูเกิ้ล
Hitwise เว็บไซต์วิจัยสถิติการใช้เสิร์ชบนอินเทอร์เน็ต โดยเก็บข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐฯ  10 ล้านคนกับการใช้งานมากกว่า 1 ล้านเว็บไซต์ ซึ่งทำให้ตัวเลขสถิติของที่นี่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับการวัดผล สำเร็จของอภิมหาสงครามเสิร์ชระหว่าง Bing และ Google ได้ โดยหลังจากการเก็บข้อมูลเป็นระยะเวลา 1 เดือน Hitwise รายงานว่า กูเกิ้ลยังสามารถครองส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้ในสหรัฐฯ ได้เป็นอย่างดี โดยมีส่วนแบ่งผู้ใช้สูงถึง 74% ในขณะที่ Microsoft Bing มีผู้ใช้แค่เพียง 5.25% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้ Bing จะไม่สามารถครอบครองส่วนแบ่งตลาดได้มากอย่างที่ไมโครวอฟท์ตั้งใจ แต่การแข่งขันนี้ยังต้องวัดกันในระยะยาว เนื่องจากผู้ใช้แม้จะแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ในตอนนี้ แต่ก็เป็นผู้ใช้ที่มีพฤติกรรมการใช้งานที่น่าจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Bing
ส่วนตัวเลขสถิติจาก ComScore รายงานว่า Bing ของไมโครซอฟท์ทำให้ส่วนแบ่งตลาดการใช้งานเสิร์ชของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้นจาก 11.3% เป็น 12.1% ภายในหนึ่งสัปดาห์ (อาจจะเป็นกระแสก็ได้) [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2893</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Intel สนับสนุน Google Chrome OS</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2888</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2888#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2009 21:04:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วๆไปแหละ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2888</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา กูเกิ้ลได้แสดงรายชื่อของพันธมิตรที่เข้าร่วมในโปรเจกต์ยักษ์ที่ทำเอา ไมโครซอฟท์หนาวๆ ร้อนๆ นั่นก็คือ Google Chrome OS ซึ่งปรากฎว่า บริษัทผู้ผลิตพีซีหลายรายที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กต์นี้ รวมถึงบริษัทผู้ผลิตชิป ARM แต่ที่หลายคนแปลกใจมากๆ ก็คือ ในรายชื่อดังกล่าวกลับไม่ยักมี Intel อยู่ในนั้นด้วย?
Sundar Pichai จาก Google กล่าวว่า รายชื่อที่นำมาเปิดเผยนั้นยังไม่สมบูรณ์ ยังมีอีกหลายบริษัทที่เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งภายหลังได้มีการสอบถามไปยัง อินเทล (Intel) ถึงเรื่องดังกล่าว ตัวแทนของบริษัทได้ยืนยันกลับมาแล้วว่า อินเทลมีความยินดีที่จะร่วมโปรเจ็กต์นี้กับทางกูเกิ้ล นอกจากนี้ แหล่งข่าวภายในอินเทลยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ทางบริษัทชื่นชอบโปรเจ็กต์ Chrome OS &#8220;เรามีความร่วมงานกับกูเกิ้ลอยุ่หลายโปรเจกต์ ซึ่ง Chrome OS ก็เป็นหนึ่งในนั้น&#8221; ตัวแทนของทางบริษัทกล่าว &#8220;เรารู้สึกยินดีที่กูเกิ้ลทำโครงการนี้&#8221;
Michael Chen ผู้อำนวยการกลุ่มฝ่ายขายชิปโมบายในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิคกล่าวว่า &#8220;เราไม่กังวลว่า โปรเจ็กต์ของกูเกิ้ลจะเป็นคู่แข่งของ Moblin (ซอฟต์แวร์โอเอสของอินเทล) แผนในระยะยาวของทางบริษัทคือ การผลิตชิปที่แตกต่างกันตามโอเอสที่ใช้ ยิ่งมีการแข่งขันกันมากเท่าไร ยิ่งทำให้เรามีนวตกรรมดีๆ ให้กับผู้บริโภค&#8221;
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่ทั้งสองย่อมเกิดขึ้นอยู่แล้ว เนื่องจาก เป้าหมายแรกของ Chrome [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2888</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระวัง!!! ช่องโหว่ร้ายแรงกระทบผู้ใช้ IE</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2884</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2884#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2009 20:14:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วๆไปแหละ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2884</guid>
		<description><![CDATA[รายงานข่าวเช้านี้ ไมโครซอฟท์แจ้งเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ร้ายแรงในส่วนการทำงานที่เรียกว่า ActiveX Control ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ใช้ Internet Explorer บนคอมพิวเตอร์ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows XP หรือ Windows Server 2003 ทั้งนี้ช่องโหว่ดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการแก้ไขเป็นการด่วน
ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผยรายละเอียดของ ช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบกับผู้ใช้ IE เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ช่องโหว่ดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้แฮคเกอร์สามารถเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ ของผู้ใช้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ โดยที่ผู้ตกเป็นเหยื่อไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่เข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ถูกแฮคไว้ดักรอเท่านั้น
ผู้ เชี่ยวชาญกล่าวว่า อาชญากรคอมพิวเตอร์ได้ใช้ช่องโหว่นี้ในการโจมตีมาประมาณร่วมหนึ่งสัปดาห์ แล้ว โดยมีเว็บไซต์หลายพันแห่งที่โดนแฮค เพื่อให้รันซอฟต์แวร์อันตรายที่ใช้งานช่องโหว่ดังกล่าว ผู้ใช้จะถูกหลอกให้เข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านี้ผ่านทางคลิ้กลิงค์ในสแปม เมล์ ทั้งนี้ช่องโหว่ร้ายแรงที่พบจะอยู่ในส่วนของการทำงานที่เรียกว่า ActiveX Control ที่ใช้เล่นวิดีโอ (msvidctl.dll) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับ Internet Explorer โดยมันจะเปิดช่องโหว่ให้แฮคเกอร์เจาะเข้าไปในระบบของเหยื่อได้
ไมโครซอฟท์ เน้นย้ำให้ผู้ใช้ที่ระบบ (IE บน Windows XP หรือ Windows Server 2003) มีช่องโหว่ให้รีบปิดการทำงาน(disable) AcitveX Control เป็นการด่วน สำหรับผู้ใช้ที่ทำไม่เป็นสามารถใช้บริการบนเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ (คลิ้ก ปุ่ม Fix it [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2884</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ส่วนแบ่งตลาด IE ลดฮวบ 11.4%</title>
		<link>http://www.goosay.com/?p=2881</link>
		<comments>http://www.goosay.com/?p=2881#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2009 19:54:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เช็คดวงกันซะหน่อย !!]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.goosay.com/?p=2881</guid>
		<description><![CDATA[รายงานข่าวล่าสุดจากบริษัทวิจัย Statcounter ระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดของ Internet Explorer ในสมรภูมิบราวเซอร์มีการลดลงอย่างชัดเจน โดยผลสำรวจตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยอดผู้ใช้ IE ลดลงไปมากถึง 11.4% ซึ่งแม้ไมโครซอฟท์จะมีการผลักดันทางด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไร
ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาคุณสมบัติการทำ งานให้ IE 8 มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การจัดการแท็บ การควบคุมการท่องเว็บแบบส่วนตัว การปรับปรุงการทำงานของ CSS ตลอดจนการเร่งความเร็วให้กับราวเซอร์ ซึ่งข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือ พัฒนาการเหล่านี้มีอยู่ในบราวเซอร์ตัวอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งมาได้ระยะเวลานานพอสมควรแล้ว
สำหรับส่วนแบ่งตลาดที่เสียไปจะกระจายอยู่กับบราวเซอร์คู่แข่งหลักๆ ไม่กี่ราย โดยมีหัวหอกคือ Mozilla Firefox ที่มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันมากกว่า 5% (สถิติรวบรวมก่อนการอัพเกรดเป็น Firefox 3.5) ตามมาด้วย Safari ของ Apple และ Chrome ของ Google อย่างไรก็ตาม 5 อันดับบราวเซอร์ยอดนิยมในช่วง 5 วัน (1 &#8211; 5 ก.ค. )ที่ผ่านมา อันดับหนึ่งก็คือ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.goosay.com/?feed=rss2&amp;p=2881</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
